amazingthai365

Ticker

⚡ ข่าวล่าสุด:
กำลังโหลดข่าวล่าสุดจาก Thai ASEAN Post...
amazingthai365

ตระการตาเปิดวันแรก! งาน “ภูษา ธัญญา ราชินี” ชมมรดกผ้าไทย นิทรรศการสุดสร้างสรรค์ ช้อปสินค้าเกษตรคุณภาพดี ณ ลาน พาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 ส.ค.นี้




เปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ท่ามกลางบรรยากาศสุดยิ่งใหญ่และอบอวลไปด้วยความปลาบปลื้มปิติในงานเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้ชื่อ ภูษา ธัญญา ราชินี ซึ่งจัดโดย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าที่มีต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและประชาชนชาวไทยให้เป็นที่ประจักษ์ ภายใต้แนวคิดหลัก สดุดีพระเกียรติคุณเกริกไกร พระแม่แห่งการอนุรักษ์และพัฒนา เพื่อคุณภาพที่ยั่งยืนซึ่งบรรยากาศการเปิดงานวันแรกเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าร่วมงานอย่างไม่ขาดสาย



ขอเชิญชวนคนไทยทุกท่านมาร่วมสัมผัสความภาคภูมิใจและเพลิดเพลินกับกิจกรรมหลากหลายโซน ดังนี้:





  • โซนจัดแสดงไฮไลต์พิเศษ: ร่วมชื่นชม โมเดลจำลองรางวัลเกียรติยศระดับโลก 2 รางวัลสำคัญ

ที่นานาชาติทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อสดุดีพระอัจฉริยภาพอันเลอค่าของสมเด็จพระพันปีหลวง


1.เหรียญเซเรส (Ceres Medal) ทูลเกล้าฯ ถวายโดยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม .. 2522 เหรียญทรงกลมนี้มีความหมายที่งดงามยิ่งค่ะ ด้านหนึ่งสลักพระฉายาลักษณ์ และอีกด้านเป็นรูปสตรีชาวนาสวมงอบถือรวงข้าว พร้อมจารึกอักษรว่า “To Give Without Discrimination” หรือให้โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชังเพื่อสดุดีที่พระองค์ทรงเป็นสตรีผู้ริเริ่มส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรและสตรีในชนบท ทรงผลักดันงานหัตถกรรมเพื่อสร้างรายได้เสริม ทรงดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร ไปจนถึงการสงเคราะห์ผู้ยากไร้ เด็กกำพร้า และผู้ประสบภัยธรรมชาติอย่างเท่าเทียม


2.รางวัลหลุยส์ ปาสเตอร์ (Louis Pasteur Award) ถือเป็นรางวัลเกียรติยศขั้นสูงสุดจากคณะกรรมาธิการหม่อนไหมระหว่างประเทศ (ISC) ทูลเกล้าฯ ถวายเมื่อวันที่ 21 กันยายน .. 2545 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเทิดพระเกียรติในพระวิริยะอุตสาหะที่ทรงพลิกฟื้นวิกฤตของเส้นไหมไทย ทรงส่งเสริมอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมให้ราษฎรมีรายได้เลี้ยงครอบครัว และที่สำคัญที่สุด พระองค์ทรงเป็นผู้นำในการสวมใส่และเผยแพร่ความวิจิตรของ "ผ้าไหมไทย" ให้เปล่งประกายและได้รับการยอมรับอย่างสูงสุดในเวทีโลก



โซนจัดแสดงชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ: สัมผัสความงดงามตระการตาของมรดกทางวัฒนธรรม

ผ้าไทยอันวิจิตรบรรจงที่ทรงสร้างสรรค์และสืบสานไว้เป็นสมบัติของแผ่นดิน


โซนที่งดงามราวกับภาพฝัน กับการจัดแสดง ชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ที่สมเด็จพระพันปีหลวงทรงมีพระราชดำริให้ศึกษาค้นคว้าและออกแบบขึ้น เพื่อเป็นเอกลักษณ์การแต่งกายประจำชาติของสตรีไทย ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยกำลังขอขึ้นทะเบียนชุดไทยทั้ง 8 แบบ ภายใต้หัวข้อ ชุดไทย ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติ เพื่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์กรยูเนสโก (UNESCO)  โดยแต่ละชุดได้ตั้งชื่อตามพระที่นั่งและพระตำหนักสำคัญ มีความวิจิตรและคลาสสิก ดังนี้




1.ชุดไทยเรือนต้น (Thai Ruean Ton) ตั้งชื่อตามพระตำหนักเรือนต้น เป็นชุดไทยแบบลำลองที่สวมใส่สบายที่สุดค่ะ เสื้อคอกลมตื้น แขนสามส่วน ตัดเย็บด้วยผ้าฝ้ายหรือผ้าไหม นุ่งคู่กับผ้าซิ่นป้ายลายขวางหรือตามยาว เหมาะสำหรับโอกาสที่ไม่เป็นทางการ


2.ชุดไทยจิตรลดา (Thai Chitralada) ตั้งชื่อตามพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เป็นชุดพิธีการสำหรับช่วงกลางวัน โดดเด่นด้วยเสื้อคอตั้งขอบเล็ก แขนยาวจรดข้อมือ ตัดเย็บด้วยผ้าไหมยกดอกอย่างประณีตเรียบหรู ดูสง่างามในทุกอิริยาบถ

3.ชุดไทยอมรินทร์ (Thai Amarin) ตั้งชื่อตามพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยฯ ชุดสำหรับงานพิธีช่วงค่ำ รูปแบบคล้ายชุดไทยจิตรลดา แต่เพิ่มความหรูหราอลังการด้วยการใช้ผ้ายกไหมที่มีทองแกม หรือผ้ายกทองทั้งตัว สวยงามตระการตายามต้องแสงไฟ

4.ชุดไทยบรมพิมาน (Thai Boromphiman) ตั้งชื่อตามพระที่นั่งบรมพิมาน ชุดสำหรับงานพระราชพิธีหรืองานเต็มยศ ตัวเสื้อคอตั้งแขนยาวเย็บติดกับผ้านุ่งจีบเป็นชุดเดียวกัน ตัดเย็บด้วยผ้าไหมยกทอง คาดทับด้วยเข็มขัดทอง งดงามตามขนบธรรมเนียมสตรีราชสำนัก


5.ชุดไทยจักรี (Thai Chakri) ตั้งชื่อตามพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ชุดพิธีการกลางคืนที่คนไทยทั่วโลกคุ้นเคย โดดเด่นด้วยการเปิดไหล่หนึ่งด้าน ห่มสไบปักลวดลายวิจิตรทิ้งตัวยาวลงมา คู่กับผ้านุ่งจีบยกทอง เป็นความงามที่สะกดทุกสายตา

6.ชุดไทยศิวาลัย (Thai Siwalai) ตั้งชื่อตามพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท ชุดพระราชพิธีที่ใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน มีความคล้ายคลึงกับชุดไทยบรมพิมาน แต่เพิ่มความอลังการด้วยการห่มผ้าสะพักทับเสื้ออีกชั้นหนึ่ง

7.ชุดไทยดุสิต (Thai Dusit) ตั้งชื่อตามพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ชุดเต็มยศสำหรับงานค่ำคืนที่ต้องการความหรูหราสูงสุด วิจิตรบรรจงด้วยเสื้อคอกว้างไม่มีแขน ปักประดับลวดลายด้วยดิ้นเงิน ดิ้นทอง และลูกปัดอย่างละเอียดอ่อน สวมคู่กับผ้านุ่งจีบยกทอง


8.ชุดไทยจักรพรรดิ (Thai Chakraphat) ตั้งชื่อตามพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน นี่คือชุดไทยเต็มยศที่มี

ความสง่างามขั้นสุด ท่อนบนห่มผ้าสองชั้น โดยมีสไบจีบอยู่ด้านใน และห่มสะพักปักดิ้นทองทับด้านนอก คู่กับผ้านุ่งจีบยกทอง ใช้สำหรับงานพระราชพิธีหรืองานเลี้ยงระดับชาติ




  • โซนจัดแสดงนิทรรศการ 3 โซน เจาะลึกเรื่องราวพระราชกรณียกิจดารานิทรรศการที่ร้อยเรียงอย่างสร้างสรรค์และน่าสนใจ ได้แก่


โซนที่ 1: พระแม่แห่งการอนุรักษ์ - คืนลมหายใจให้แผ่นดินและสายน้ำ (Zone 1: The Mother of Conservation - Restoring the Breath of Life to Our Lands and Waters)





1.กรมชลประทาน (Royal Irrigation Department):

    สัมผัสความชุ่มชื้นจาก "โครงการป่ารักน้ำ" ที่สะท้อนพระราชปณิธานในการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของสายน้ำ ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือ "AI Photo Booth" สุดล้ำ ที่ให้ท่านได้ถ่ายภาพที่ระลึก เสมือนเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์สายน้ำแห่งแผ่นดิน


2.กรมพัฒนาที่ดิน (Land Development Department)

     ชื่นชมโมเดลจำลองการอนุรักษ์ผิวดินและแหล่งน้ำ ที่สื่อให้เห็นถึงการพลิกฟื้นพื้นที่แห้งแล้ง ให้กลับมาเป็นพื้นที่เพาะปลูกที่อุดมสมบูรณ์ สร้างความมั่นคงให้รากฐานของเกษตรกรไทย


โซนที่ 2: พระแม่แห่งการพัฒนา - ส่งเสริมสตรีและวิถีเกษตร

(Zone 2: The Mother of Development - Empowering Women and Agricultural Livelihoods)



3.กรมการข้าว (Rice Department)

     ซึมซับเรื่องราวพระเมตตาผ่าน "โครงการศูนย์ฟาร์มตัวอย่าง" และการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นเมือง รวมถึง ข้าว GI (ข้าวสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) ที่ไม่เพียงแต่อนุรักษ์สายพันธุ์ไทย แต่ยังสร้างรายได้และรอยยิ้มที่ยั่งยืนให้แก่ชาวนา




4.กรมประมง (Department of Fisheries)

     ตื่นตาตื่นใจกับ "ตู้จัดแสดงสาหร่ายทะเลมีชีวิต" อย่างสาหร่ายพวงองุ่น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการสร้างอาชีพประมงทางเลือก ที่ช่วยต่อยอดทรัพยากรทางน้ำสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชุมชนชายฝั่ง




5.กรมปศุสัตว์ (Department of Livestock Development)

     พบกับโมเดลจำลอง สัตว์พระราชทาน อาทิ หมูจินหัว และเป็ดอี้เหลียง ที่แสดงถึงความหลากหลายทางชีวภาพ และพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงส่งเสริมอาชีพปศุสัตว์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรในถิ่นทุรกันดาร


                                         


6.กรมส่งเสริมสหกรณ์ (Cooperative Promotion Department)

     ตระการตากับงานหัตถศิลป์ ภายใต้แนวคิด "ศิลปาชีพบนแผ่นดินพระราชา" ชมความวิจิตรของการนำเส้นใยธรรมชาติอย่าง "ป่านศรนารายณ์" มาถักทอเป็นกระเป๋าและหมวกแฟชั่น ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกฟื้นรายได้ให้แก่กลุ่มสตรีไทย


โซนที่ 3: พระแม่แห่งความห่วงใย - ความมั่นคงทางอาหาร เพื่อปวงประชา (Zone 3: The Mother of Care - Ensuring Food Security for All People)




7.กรมส่งเสริมการเกษตร (Department of Agricultural Extension)

     เรียนรู้การขยายผลองค์ความรู้จาก ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ และความงดงามของหมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับ ที่สร้างความเบิกบานใจควบคู่ไปกับการสร้างอาชีพที่มั่นคง





8.กรมวิชาการเกษตร (Department of Agriculture)

     สัมผัสความก้าวหน้าทางวิชาการและงานวิจัย ที่น้อมนำพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงพันธุ์พืช เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและมาตรฐานอาหารปลอดภัยให้แก่คนไทยทั้งประเทศ





9.สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ... (Agricultural Land Reform Office - ALRO)

      ชมความสำเร็จของการจัดสรรที่ดินทำกิน และความมหัศจรรย์ของการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร มาสร้างสรรค์เป็น งานศิลปะและหัวโขนจิ๋ว ซึ่งสะท้อนคุณค่าแห่งความพอเพียงและภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างแท้จริง



10.กรมหม่อนไหม (The Queen Sirikit Department of Sericulture)

     ดื่มด่ำกับ นิทรรศการ 3 มิติสุดล้ำลึก ที่ร้อยเรียงเรื่องราวจากเส้นไหมบนกี่ทอผ้า สู่พระหัตถ์ของสมเด็จพระพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และผลักดัน "ผ้าไหมไทย" จนได้รับการยอมรับและยกย่องในระดับสากล


  • โซนร้านค้า ผลิตภัณฑ์สินค้าทางการเกษตร: รวบรวมของดี ของเด่น และสินค้าเกรดพรีเมียมจาก 6 

หน่วยงานหลัก มาให้ท่านได้เลือกชมและเลือกช้อปกันอย่างจุใจ เพื่อเป็นการสนับสนุนรายได้สู่มือเกษตรกรไทยโดยตรง

โซนร้านค้า ผลิตภัณฑ์สินค้าทางการเกษตร

1. บูธกรมการข้าว (Rice Department)

บูธของ กรมการข้าว  ขอเชิญทุกท่านมาลิ้มรสและอุดหนุน "ข้าวอินทรีย์เป็นสุข" ซึ่งมีทั้งข้าวกล้องและข้าวเหนียวคุณภาพสูง โดยเฉพาะ "ข้าวเหนียว GI จากจังหวัดกาฬสินธุ์" ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหอม นุ่ม ทานอร่อยมากๆ ค่ะ นอกจากนี้ยังมี "ขนมข้าวพองอบกรอบ" ทานเพลินๆ ดีต่อสุขภาพ และพิเศษสุด! สำหรับท่านที่แวะมาที่บูธนี้ รับฟรีทันที "สบู่น้ำนมข้าว" หอมละมุน ที่จะช่วยบำรุงผิวพรรณของท่านให้เนียนนุ่ม

2. บูธกรมส่งเสริมการเกษตร (Department of Agricultural Extension)

     เอาใจคนรักต้นไม้และธรรมชาติ กับบูธ กรมส่งเสริมการเกษตร ที่ยกสวนกล้วยไม้ระดับส่งออกมาไว้กลางสยามพารากอน พบกับผลิตภัณฑ์จากกล้วยไม้สีสันสดใสจาก "บริษัท แอร์ออร์คิดส์" จะซื้อไปประดับบ้านหรือเป็นของขวัญก็ประทับใจผู้รับแน่นอน และความน่ารักของบูธนี้คือ มีการแจก "เมล็ดพันธุ์ผัก" คุณภาพดี ให้ท่านนำกลับไปปลูกเพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวและความมั่นคงทางอาหารที่บ้าน

3. บูธกรมประมง (Department of Fisheries)

     ใครที่มองหาของอร่อยคุณภาพดี ต้องแวะที่บูธ กรมประมง ท่านจะได้พบกับผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปเกรดพรีเมียมจาก "Fishermen Shop" ซึ่งเป็นผลผลิตที่ส่งตรงจากกลุ่มพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านทั่วประเทศ การันตีความสด สะอาด ปลอดภัย และรสชาติอร่อยถูกปาก

 4. บูธกรมปศุสัตว์ (Department of Livestock Development) สายนักชิมห้ามพลาด บูธ กรมปศุสัตว์ นำของอร่อยที่หาทานยากมากๆ มาเสิร์ฟถึงที่ นั่นคือ "หมูจินหัวแดดเดียว" และ "สลัดแฮมหมูจินหัว" ผลผลิตคุณภาพเยี่ยมส่งตรงจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งหมูจินหัวถือเป็นสายพันธุ์ที่ได้รับการส่งเสริมเพื่อสร้างอาชีพให้ราษฎรบนพื้นที่สูง และแวะบูธนี้ รับของแจกสุดคิวต์กลับบ้านไปเลย กับ "สบู่รูปสัตว์น่ารักๆ"

5. บูธกรมส่งเสริมสหกรณ์ (Cooperative Promotion Department) สำหรับสายแฟชั่นรักษ์โลก เชิญที่บูธ กรมส่งเสริมสหกรณ์ มาชื่นชมและอุดหนุนผลงานศิลปาชีพชั้นสูง กับงานหัตถกรรมจักสานจาก "ป่านศรนารายณ์" ที่กลุ่มสตรีได้นำเส้นใยธรรมชาติมาถักทอและดีไซน์ออกมาเป็น กระเป๋า หมวก และรองเท้า ที่มีความสวยงาม ทันสมัย แข็งแรงทนทาน และสะท้อนถึงภูมิปัญญาที่ถูกนำมาต่อยอดได้อย่างสมบูรณ์แบบ

6. บูธกรมหม่อนไหม (The Queen Sirikit Department of Sericulture) ปิดท้ายความวิจิตรตระการตาที่บูธ กรมหม่อนไหม ท่านสามารถเลือกชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยแท้ ที่ได้รับการการันตีมาตรฐานจาก "Thai Silk Shop" รวมถึงชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบที่ตัดเย็บอย่างประณีต และสำหรับผู้ที่รักสวยรักงาม ทางกรมมี "รังไหมสครับหน้า" มาแจกฟรี! เพื่อให้ท่านได้นำเคล็ดลับผิวสวยเนียนละเอียดแบบฉบับสตรีไทยโบราณกลับไปใช้ที่บ้าน


กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ การแสดงที่น่าสนใจ และเลือกซื้อสินค้า อาหารและผลิตภัณฑ์คุณภาพมากมายระหว่างวันที่ 28-30 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 11:00-22:00 . ลาน Parc Paragon ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมทั้ง ร่วมกันสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานและพระราชกรณียกิจที่สำคัญให้คงอยู่สืบไป






 

yaipearn

https://www.facebook.com/yaipearn/

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า